แหะๆ หลังจากหายไปนานเอามาแปะละคับ แหะๆๆ
ชั่วโมงเดียว แค่ชั่วโมงเดียวเท่านั้น...ผมต้องไม่นึกถึงกลิ่นและรสชาตินั่น...สาวผู้เงียบเชียบปล่อยผมของเธอมากั้นระหว่างเราสองคน และเอนตัวของเธอไปข้างหน้า ผมไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของเธอ ในการพยายามที่จะอารมณ์ของเธอผ่านดวงตาคู่ใสคู่นั้น หรือนี่คือเหตุผลที่เธอปล่อยผมของเธอมากั้นระหว่างเรา? เพื่อซ่อนดวงตาคู่นั้นจากผม? เพราะความหวาดกลัว?เพราะความเขินอาย?หรือ เธอต้องการปิดบังความลับบางอย่างจากผม?
ความหงุดหงิดรำคาญใจก่อนหน้านี้ของผมได้ถูกความคิดที่เงียบสงัดของเธอสกัดกั้น...และความเกลียดชัง...ที่กำลังถาโถมเข้าครอบงำตัวผม...ผมเกลียดหญิงสาวที่แสนบอบบางอ่อนแอที่อยู่ข้างผม ความรู้สึกเกลียดชังเธอท่วมท้นจนเอ่อล้นออกมาจากตัวตนในอดีตที่ผมพยายามปิดกั้น ความรักที่ผมมีต่อครอบครัว ความฝันของผมที่จะเป็นสิ่งที่ประเสริฐกว่าสิ่งที่ผมเป็นอยู่ตอนนี้ เกลียดชังเธอ เกลียดที่เธอทำให้ผมรู้สึกแบบนี้...ซึ่งมันช่วยผมได้นิดหน่อย ความหงุดหงิดรำคาญใจก่อนหน้านี้อ่อนลง แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่ช่วยผมได้เล็กน้อยเช่นกัน...ผมพยายามดึงความรู้สึกต่างๆที่สามารถทำให้ผมหันความสนใจจากการวาดจินตนาการว่าเธอจะมีรสชาติเช่นไร...
เกลียดชัง และหงุดหงิด...ไร้ซึ่งความอดทน..ชั่วโมงจะไม่มีทางผ่านไปได้เลยหรือไร...และเมื่อชั่วโมงนี้จบลง...เธอก็คงก้าวออกไปจากห้องนี้ แล้วผมจะทำอะไร?
ผมอาจจะเอ่ยแนะนำตัวเอง...สวัสดีครับ ผมชื่อ เอ็ดเวิร์ด คัลเลน ขอให้ผมเดินไปส่งคุณที่วิชาต่อไปได้ไหมครับ?
เธอคงตอบตกลง เพราะนั่นเป็นสิ่งที่สมควรทำในการรักษามารยาท แม้เธอจะหวาดกลัวซึ่งผมคิดว่าเธอก็คงรู้สึกเช่นนั้นเป็นแน่ เธอก็คงรักษามารยาทและเดินไปพร้อมกับผม...ซึ่งมันคงเป็นเรื่องที่แสนจะง่ายดายที่จะนำเธอไปยังทิศทางที่ผิด กิ่งไม้ที่เยื้อยืดออกมาราวกับนิ้วมือที่บดบังอยู่ที่มุมของที่จอดรถยนต์ ผมอาจจะแสร้งบอกเธอว่าผมลืมหนังสือไว้ในรถของผม...
จะมีใครสังเกตุเห็นไหมว่าผมเป็นบุคคลสุดท้ายที่อยู่กับเธอ? ฝนกำลังตก...ซึ่งเป็นเรื่องที่แสนจะปรกติ...คนสองคนที่อยู่ภายใต้เสื้อกันฝนและเดินไปผิดทิศทางคงไม่ใช่สิ่งที่โดดเด่นถึงขั้นสามารถจับความสนใจจากผู้อื่นได้ หรือ ไม่มีทางที่ผมจะถูกจับได้...
เว้นเสียแต่วันนี้ไม่ใช่ผมเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่สนใจในตัวเธอ...ถึงแม้จะไม่มีใครถวิลหาเธอในแบบของผมก็ตาม...โดยเฉพาะ ไมค์ นิวตั้น ...ผมให้ความสนใจในตัวเธอในทุกการเคลื่อนไหวแม้แต่การลงน้ำหนักในการขยับเก้าอี้ของเธอในแต่ละครั้ง...เธออึดอัดกับการที่ต้องอยู่ใกล้ผมเหมือนกับคนอื่นๆ และเหมือนกับที่คาดไว้ก่อนที่กลิ่นของเธอจะทำลายความห่วงหาอาธร ไมค์ นิวตั้นต้องสังเกตุเห็นได้แน่ว่าเธอออกไปจากห้องเรียนนี้พร้อมกับผม...
ถ้าผมสามารถทนได้หนึ่งชั่วโมง ผมจะสามารถทนได้สองชั่วโมงหรือไม่?
ผมพยายามสะกดกลั้นความเจ็บปวดที่กำลังแผดเผาอยู่ภายใน...
เธอคงจะกลับไปยังบ้านที่ว่างเปล่าไร้ผู้คน สารวัตรสวอนน์นั้นทำงานเต็มเวลาและทั้งวัน ทั้งผมยังรู้จักบ้านของเขา เหมือนกับที่ผมรู้จักบ้านทุกหลังในเมืองเล็กๆแห่งนี้...บ้านของเขานั้นอยู่ติดกับป่าที่หนาทึบ และไร้ซึ่งเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ แม้เธอจะมีเวลาส่งเสียงกรีดร้อง ซึ่งเธอคงไม่...ก็ไม่มีวันที่ใครจะได้ยินเสียงของเธอ...
นั่นคงเป็นทางที่มีความรับผิดชอบที่ถูกต้องที่จะจัดการกับเรื่องนี้ ผมอยู่รอดมา เจ็ดทศวรรษโดยปราศจากเลือดของมุนษย์ ถ้าผมสามารถกลั้นลมหายใจได้...ผมก็สามารถทนได้ประมาณ สองชั่วโมง และเมื่อผมได้อยู่กับเธอตามลำพัง โอกาสที่คนอื่นจะถูกทำร้ายก็จะมลายหายไป และมันไม่มีเหตุผลอันได้ที่จะรีบร้อนสัมผัสกับประสบการณ์แบบนี้ เจ้าสัตว์ร้านในหัวของผมเห็นพ้อง...
มันเป็นความคิดที่สมเหตุสมผลที่สุดที่จะช่วยชีวิตทั้ง สิบเก้าชีวิตที่อยู่ในห้องนี้ด้วยความมุมานะและอดทน นั่นคงทำให้ความเป็นสัตว์ร้ายในตัวผมลดลงถ้าผมจะลงมือปลิดชีวิตของหญิงสาวบริสุทธิ์คนนี้
แม้ผมจะชิงชังเธอ แต่นั่นคือความชิงชังที่ไร้ซึ่งเหตุผลและไร้ซึ่งความยุติธรรม ผมตระหนักได้ว่าความจริงแล้วนั้นสิ่งที่ผมชิงชังนั่นก็คือ ตัวของผมเอง...และผมจะทวีความชิงชังในตัวเองและเธอมากขึ้น ยามที่เธอสิ้นลมหายใจ...
ผมผ่านพ้นชั่วโมงนี้ไปได้ด้วยวิธีการนี้...วาดจินตนาการว่าทางไหนจะเป็นทางที่ดีที่สุดในการปลิดชีวิตของเธอ แต่ก็พยายามหลีกเลี่ยง การกระทำ ที่ดูสมจริง ซึ่งมันอาจจะมากเกินไปสำหรับผมที่จะทานทน ผมอาจพ่ายแพ้ต่อการต่อสู้ครั้งนี้ได้และจบลงด้วยการเข่นฆ่าทุกชีวิตที่ผมเห็น...ดังนั้นผมจึงคิดวางแผนการและยุทธวิธีและไม่คิดอะไรนอกเหนือไปจากนั้น และนั่นเป็นสิ่งที่ทำให้ผมผ่านพ้นชั่วโมงนี้ไป...
อีกครั้ง...เธอแอบจ้องมองผมผ่านกำแพงผมหนาของเธอ ผมรู้สึกและสัมผัสได้ถึงความชิงชังที่ไร้ซึ่งเหตุผลที่กำลังพุ่งพล่านออกมาจากตัวของผมเมื่อผมได้สบสายตากับเธอ และได้เห็นเงาสะท้อนที่มาจากสายตาที่หวาดหวั่นของเธอ เลือดของเธอกลับมาแต่งแต้มที่แก้มของเธออีกครั้งก่อนที่เธอจะหลบใบหน้าของเธอเข้าไปยังเรือนผมของเธอ...นั่นเกือบทำให้ผมเผลอตัวไปอีกครั้ง...
แต่แล้วเสียงกระดิ่งก็ดังขึ้น...ถูกช่วยชีวิตไว้ด้วยเสียงกระดิ่ง...ช่างน่าขัน...เราทั้งสองต่างรอดปลอดภัย...เธอหลุดพ้นจากความตาย และผมหลุดพ้นจากการกลายเป็นปิศาจที่อยู่ในฝันร้ายที่ผมนั้นหวาดกลัวและนึกรังเกียจได้ในช่วงสั้นๆ
ผมไม่สามารถเยื่อย่างเท้าด้วยความเชื่องช้า ผมกลับพุ่งออกจากห้องไปย่างรวดเร็ว และถ้าใครสังเกตุเห็นก็คงนึกสงสัยกับท่าทางการเคลื่อนไหวที่แปลกประหลาดและผิดแผกของผมเป็นแน่ แต่ไม่มีใครให้ความสนใจกับเรื่องของผมนัก เพราะทุกความคิดยังคงวนเวียนอยู่กับ เด็กสาวที่ถูกตัดสินให้พบโทษกับความตายเมื่อไม่นานนี้...
ผมซ่อนตัวอยู่ในรถ...
ผมไม่พึงชอบนักกับความคิดที่ต้องมาหลบซ่อนตัวอยู่แบบนี้ ช่างดูขี้ขลาดตาขาวสิ้นดี...แต่ในกรณีนี้มันเป็นสิ่งที่จำเป็นโดยไม่ต้องสงสัย...
พฤติกรรมที่จะทำให้ผมอยู่ใกล้ชิดกับมนุษย์ได้นั้นไม่หลงเหลืออยู่อีกแล้วในขณะนี้...การใช้กำลังล้นเหลือเพื่อเพ่งสมาธิและตั้งสติกับการมุมานะให้ให้คร่า หนึ่ง ชีวิตทำให้ผมไม่เหลือเหตุผลอันใดที่จะต่อต้านพวกที่เหลือ...ถ้าผมยอมพ่ายแพ้ให้แก่ปิศาจร้าย ผมอาจจะทำให้มันคุ้มค่ากับความพ่ายแพ้นั่นก็เป็นได้...
ผมเล่นเครื่องซีดีที่มีเพลงที่ปรกติแล้วคอยขับกล่อมผมให้รู้สึกผ่อนคลาย แต่มันช่วยได้เพียงเล็กน้อนในชั่วขณะนี้...ไม่สิ..สิ่งที่ช่วยผมมากที่สุดก็คือ อากาศเย็น, เปียกชื้น ของอากาศที่สะอากบิรสุทธิ์ที่มาพร้อมกับฝนที่เล็ดลอดผ่านเข้ามาจากทางหน้าจ่างรถที่ผมเปิดไว้...แม้ผมจะจดจำกลิ่นเลือดที่หอมหวลของเบลล่า สวอนน์ได้อย่างขึ้นใจ การสูดอากาศที่สะอาดบริสุทธิ์ก็เหมือนกับการชำระล้างร่างกายของผมจะอาการติดเชื้อ...
ผมกลับมามีสติอีกครั้ง สามารถใช้ความคิดได้อีกครั้ง และสามารถต่อสู้ได้อีกครั้ง ผมสามารถต่อสู้กับสิ่งที่ผมไม่พรึงปรารถนาที่จะเป็น...
ผมไม่จำเป็นต้องไปที่บ้านของเธอ ไม่จำเป็นต้องปลิดชีพเธอ เห็นได้ชัดว่าผมยังคงเป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถคิดอย่างมีเหตุผลได้ ผมมีทางเลือก...มันมีทางเลือกเสมอ...
ความรู้สึกนี้ไม่ได้เกิดขึ้นขณะที่ผมอยู่ในห้องเรียน แต่ขณะนี้ผมนั้นอยู่ห่างจากเธอ บางทีถ้าผมค่อยหลีกเลี่ยงเธอด้วยความระมัดระวัง วิถีชีวิตของผมก้ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง ซึ่งผมมีความสุขกับการใช้ชีวิตในตอนนี้ ไยผมต้องยอมให้ใครบางคนที่แสนเย้ายวนชวนลิ้มรสมาทำลายมันลงด้วย
ผมไม่จำเป็นต้องทำให้พ่อของผมผิดหวัง ไม่จำเป็นต้องทำให้แม่ของผมต้องเป็นห่วง กังวล...และเจ็บปวด ใช่แล้วนั่นคงเป็นสิ่งที่รุมทำร้ายแม่อุปถัมป์ของผมเช่นกัน และเอสเม่นั้นช่างอ่อนโยน อ่อนหวานและหวั่นไหว การที่ทำให้เอสเม่ต้องเจ็บปวดเป็นสิ่งที่ไม่น่าให้อภัยยิ่ง...
ช่างเป็นเรื่องน่าขันและงี่เง่าสิ้นดี ที่ผมปรารถนาจะปกป้องมนุษย์หญิงสาวคนนี้ จากความคิดที่ไร้สาระ และไร้พิษภัยของ เจสสิก้า สแตนลี่ย์ ผมคงเป็นคนสุดท้ายที่จะเป็นผู้ปกป้องคุ้มครอง อิซซาเบลล่า สวอนน์ เป็นแน่แท้ และเธอคงไม่ต้องการการปกป้องคุ้มครองจากผม...
อลิซอยู่ที่ไหนกัน? ผมนึกสงสัย เธอไม่เห็นภาพของผมที่กำลังเข่นฆ่าแม่สาวสวอนน์ในหลายๆทางหรือไร? ทำไมเธอจึงไม่มาช่วย...หยุดผมหรือช่วยผมเก็บกวาดหลักฐาน อย่างไหนกันแน่? หรือว่าเธอยังคงหมกมุ่นอยู่กับการเฝ้ามองปัญหาที่จะเกิดขึ้นของแจสเปอร์ และพลาดพลั้งกับเหตุการณ์ที่แสนจะน่าหวาดกลัวและมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น? หรือผมแข็งแกร่งกว่าที่ผมคิด? ผมจะไม่มีทางทำอะไรเธอคนนั้น?
ไม่...ผมรู้ดีว่านั่นไม่มีทางเป็นจริง อลิซคงพยายามเพ่งสมาธิไปยังแจสเปอร์อย่างหนัก...
ผมค้นหาเธอในทิศทางที่ผมรู้ดีว่าเธอจะอยู่ที่ไหน...ในตึกหลังเล็กๆที่ใช้เป็นที่สอนสำหรับวิชาภาษาอังกฤษ มันใช้เวลาไม่นานนักที่จะหาตำแน่งของ เสียง ที่แสนจะคุ้นเคยของเธอ และผมก็คิดถูก ทุกความคิดของเธอต่างมุ่งตรงไปยังแจสเปอร์ เฝ้าดูทางเลือกที่แสนจะน้อยนิดของเขาด้วยความละเอียดรอบคอบ
ผมหวังว่าผมจะสามารถถามหาคำปรึกษาจากเธอได้ แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็รู้สึกดีใจที่เธอไม่ได้หยั่งรู้ถึงสิ่งที่ผมสามารถทำได้...เธอไม่ได้หยั่งรู้ถึงการฆาตรกรรมหมู่ที่แสนโหดเหี้ยมที่ผมตรึกตรองเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมา
ผมรู้สึกการแผดเผาครั้งใหม่ที่แผดเผาร่างกายของผม...แผดเผาไปด้วยความอับอาย...ผมไม่ปรารถนาที่จะให้พวกเขาได้รับรู้...
ถ้าผมสามารถหลีกเลี่ยง เบลล่า สวอนน์ได้ ถ้าผมสามารถยับยั้งตัวเองไม่ให้ปลิดชีวิตของเธอ เพียงแค่ผมคิด ปิศาจร้ายก็บิดตัวงองุ้มพร้อมกับขบฟันด้วยความไม่พอใจ ไม่มีใครต้องรู้ถึงเรื่องนี้ ถ้าผมสามารถอยู่ห่างจากเธอและกลิ่นของเธอ...
มันไม่มีเหตุผลอันใดที่ผมจะไม่พยายามลองดู อย่างน้อย...สร้างทางเลือกที่ดี พยายามเป็นอย่างที่คาไลล์คาดหวังว่าผมเป็น
ชั่วโมงสุดท้ายใกล้จะจบลง ผมตัดสินใจลงมือกับแผนใหม่ที่ผมวางไว้ทันที ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีกว่าการนั่งอยู่ที่นี่ ที่ที่เธออาจเดินผ่านผมไปและทำลายทุกสิ่งที่ผมพยายามมา อีกครั้ง...ผมรู้สึกได้ถึงความชิชังที่ไร้ซึ่งเหตุผลต่อเธอคนนั้น ผมเกลียดชังเธอที่เธอมีพลังบางอย่างที่เธอเองอาจจะไม่รู้ตัว ซึ่งมันมีอำนาจเหนือผม...ซึ่งเธออาจทำให้ผมเป็นสิ่งที่ผมรังเกียจ...
edit @ 2 Aug 2009 23:47:07 by Tasuki