เป็นคุณจะรู้สึกยังไง

posted on 19 Feb 2008 20:24 by tasuki
                 จะรู้สึกยังไงที่เพื่อนที่คุณคิดว่าสนิทกันกลับหักหลังคุณ ชอบเอาคุณไปนินทาลับหลัง ชอบเอาเรื่องที่คุณปรึกษาเขาไปป่าวประกาศให้คนอื่นรู้ แถมวันที่คุณไม่มาพอเพื่อนถามถึงคุณกับเขา เขากลับทำท่าทางรังเกียจ เป็นคุณ คุณจะรู้สึกยังไง ถึงแม้ผมจะเป็นเพื่อนกับเขาได้ไม่นาน แต่ผมก็รักเพื่อนคนนี้เหมือนกับเพื่อนๆของผมทุกคน คอยช่วยเหลือบางครั้งก็ช่วยปกป้องเพื่อนคนนี้ด้วย แล้วพอได้รู้ความจริงแบบนี้ความรู้สึกไว้ใจที่ผมเคยให้กับเขาก็ขาดสะบั้นลงทันที....เรื่องทุกเรื่องที่ผมปรึกษาและไว้ใจว่ามันจะอยู่แค่ที่ผมและเขา กลับกลายเป็นทุกคนรู้เรื่องกันหมด ผมรู้สึกแย่มากนะครับ เพราะผมไม่สามารถบอกความลับกับใครได้เลย คุยกับพ่อแม่ ท่านก็ไปพูดกับคนอื่นทั้งๆที่เรื่องนี้ผมไม่อยากให้ใครรู้ พี่สาวที่ผมรักและไว้ใจก็หักหลังผม แล้วคราวนี้ก็เพื่อนของผมอีก.....แล้วแบบนี้ผมจะไว้ใจใครได้อีก......ต่อไปนี้ผมจะไม่ขอเชื่อใจใครอีกเป็นอันขาดเพราะผม ไม่อยากได้รับความรู้สึกแบบนี้อีกต่อไปแล้ว ผมจะไม่รู้จักคำว่า "รัก" "ไว้ใจ" และ "เชื่อใจ" ใครอีกต่อไป.....ถ้าผมสามารถแช่แข็งหัวใจของผมได้ผมก็จะทำ....

เหนื่อย...

posted on 11 Oct 2007 07:26 by tasuki

เฮ้อ สวัสดีครับ หลังจากห่างหายไปนาน ผมก็ได้แวะมาเยี่ยมเยียนท่แห่งนี้อีกครั้ง

 ช่วงนี้เหนื่อยมากเลยครับ เรียนหนักมากเลยอ่า ฮือๆ เรียน 5 วัน ตั้งแต่ 8.30-17.00 ทุกวันเยย

การบ้านก็เยอะ สอบก็บ่อย แถมเรียนไม่รู้เรื่องอีกต่างหาก เบื่อ อยากหยุดเรียนมั่ง

แต่คิดอีกทีไม่เอาดีกว่า เดี๋ยวยิงเรียนไม่รู้เรื่องเข้าไปใหญ่เลย แหะๆๆๆ กลิ้งๆเข้ามาบ่น

แต่ครั้งหน้าที่จะมาใหม่ผมกำลังเตรียมจะโพสต์ฟิคเรื่องแรกที่ผมแต่งเป็นเรื่องเป็นราวที่สุดให้ทุกท่านช่วยวิจารณ์

นะครับ

edit @ 11 Oct 2007 07:35:26 by Tasuki

ครับ อย่างที่เห็นบนหัวข้อ ตอนนี้ผมเอือมระอากับชีวิตที่บ้านของผมมากๆ ผมรุ้ว่าผมไม่ควรคิดแบบนี้แต่....ผมเบื่อ...ผมเบื่อที่บ้านของผมมากๆ..ผมรู้ว่าการที่ช่วยพ่อแม่เป็นสิ่งที่ดีเป็นสิ่งที่ลูกทุกคนควรทำ...แต่...ตอนนี้ผมทนไม่ไหวแล้วครับ..ตั้งแตกพี่ที่มาช่วยงานลาออกไป...ผมก็ต้องทำงานบ้านทุกอย่าง จากปรกติที่ทำอยู่แล้วก็ต้องทำเยอะขึ้น..ตอนแรกผมก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกครับ ก็เพราะผมคิดว่ายังไงนี่มันก็บ้านผม ทำงานเองก็ไม่แปลก เพราะยังไงทุกคนก็ช่วยกัน ใช่ไหมครับ ผมก็ทำมาตลอดไม่เคยปริปากบ่นเลยสักคำ แต่มันเริ่มทำให้ผมไม่อยากทำงานบ้านก็ตั้งแต่เรื่องเครื่องซักผ้า... ผมก็กดเต็มแรงแล้วมันก็ยังเป็นไฟกระพริบ ผมถามพ่อ เท่านั้นแหละครับ โดนต่อว่ามาเป็นชุดซะงั้น ผมไม่อยากเถียงท่านผมก็เลยเดินไปเข้าห้องน้ำ แต่ตอนที่อยุ่ในห้องน้ำ ผมก็ได้ยิน พ่อกับแม่พูดกัน แม่บอกว่าจะไปว่าลุกทำไม แต่คำตอบที่พ่อผมตอบกลับมา มันเป็นอะไรที่ทำให้ผมรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก เขาเรียกผมว่า "พวกไม่ปรับปรุง" ผมถึงกับอึ้งทั้งเสียใจทั้งโกรธ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ แต่ตอนหลังทุกอย่างก็ดีขึ้น....

แต่ไม่นานมันก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม ช่วงหลังๆตอนนี้ผมรู้สึกว่าผมทำงานบ้านอยู่คนเดียวทำเกือบทุกอย่าง ท่านทั้งสองของผมเอาแต่สั่งไม่ทำเลยสักนิด ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่พักหลังนี่มันตืออะไรกัน....เห็นหน้าผมเป็นใช้งาน "เอ้า วันนี้ซักผ้าด้วยนะม อะ วันนี้ถูบ้านด้วย เดี๋ยวล้างจานให้ด้วยนะ"เป็นประโยคที่ผมฟังซ้ำซากอยู่ทุกวัน บางครั้งตื่นมาพ่อแม่ไปทำงาน ผมเดินมาที่ซิ้งค์ล้างจาน ผมก็จะเจอกับถ้วยและแก้ว ที่ยังไม่ได้ล้างอีกเป็นตั้ง ที่ท่านทั้งสองใช้แล้วไม่ยอมล้าง ผมไม่เข้าใจ...กะอีแค่แกวใบสองใบใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที แค่นี้ จะล้างกันเองไม่ได้เลยใช่ไหมครับ? ผมไม่อยากคิดแบบนี้นะครับ แต่ความอดทนของผมมันก็มีจำกัดเหมือนกัน....

บางทีกลับกันมาทำอะไรกินกันแต่ผมก็ไม่ได้กินด้วย แต่พอกินกันเสร็จเห็นหน้าผมปุ๊ป ก็สั่งผมทันที ไปล้างจานให้ด้วยนะ ผมก็ไม่ว่าอะไรเดินเข้ามา เจอ จานกองโต กับเครื่องครัวที่ใช้อยู่เต็มอ่าง ไม่มีท่าทีว่าจะล้าง ผมเจอแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว แล้วตัวเองทำอะไร..ขณะที่ผมทำนู่นทำนี่ พวกเขาก็นอนหลับ นั่งดูทีวี แต่พอผมดูบ้างก็ว่าผม ว่าใช้เวลาไม่เป็นประโยชน์มั่งล่ะ หาว่าครองทีวีอยู่คนเดียวมั่งล่ะ ผมจะพักผ่อนบ้างไม่ได้เลยหรือไง ผมไม่เข้าใจ....

บางครั้งก้เดินเข้ามาถามว่ารำคาญมั๊ย...เป็นคุณคุณจะตอบได้เหรอว่า ใช่... แล้วชอบมาสั่งให้ผมยิ้ม จะให้ผมยิ้มอะไร ผมทำหน้าเฉยๆของผมก็ดีอยู่แล้ว เพราะมันไม่มีอะไรที่ทำให้ผมยิ้มได้นี่ครับ ผมไม่ใช่คนบ้านะที่ยิ้มได้ทั้งวันน่ะ ทุกเรื่องของผมท่านทั้ง 2 ก็จะบังคับเกือบทุกอย่าง เรื่องเรียนผมอยากเรียนอีกอย่าง ท่านบอกว่าท่านไม่ได้บังคับ แต่... ไอ้คำว่า "แต่"ของท่านนั่นแหละ มันก๋เหมือนกับการบังคับแล้ว เรื่องเรียนไม่เท่าไหร่ ไอ้เรื่องห้องนอนของผมนี่แหละ...เป็นอะไรที่ผมรู้สึกไม่พอใจที่สุดแล้ว...ถามว่าจะทาสีห้องใหม่ไหม ผมบอกว่าไม่ ผมชอบสีเก่าอยู่แล้ว เพราะผมชอบห้องนอนสีขาว แต่พอผมกลับมาอีกที ผมถึงกับอึ้ง เพราะห้องนอนของผมกลายเป็นสีฟ้าไปแล้ว....โปสเตอร์ที่ผมติดไว้ในห้องคนงานก็ทำขาดเกือบหมด ผมแทบน้ำตาร่วงเลย เรื่องม่านในห้องอีก บอกให้ผมเลือกเองแต่พอผมเลือก ก็ทำหน้าไม่พอใจ แล้วจะให้ผมเลือกเองทำไมผมไม่เข้าใจ แต่เรื่องม่านได้คุณย่าของผมช่วยพูดให้ ในห้องนอนของผมเลยมีของที่ๆผมพอใจอยู่เพียงแค่อย่างเดียว..

พอท่านมาเห็นม่านห้องผมก็กลับมาชอบบอกว่าสวย เป็นคุณ คุณจะคิดยังไง..ผมขอสารภาพว่าเคยคิดหลายครั้งว่าอยากออกไปจากบ้านนี้ อยากอยู่คนเดียวสักพัก แต่ก็ไม่ได้ทำเพราะยังไงท่านก็เป็นผู้มีพระคุณของผมอยู่ดี...แต่ผมขอแค่อิสระในการตัดสินใจบ้าง อย่าบังคับผมให้มากไปกว่านี้เลย ผมทนแทบจะไม่ไหวแล้ว...

ขอโทษทุกท่านนะครับ ผมแค่อดกลั้นมานาน ไม่มีที่ระบาย เลยขอมาระบายเป็นตัวอักษรแทน อย่างน้อยมันก็ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นแม้จะแค่เล็กน้อยก็ตาม....



edit @ 2007/06/15 23:50:34