เศร้า

posted on 03 Sep 2009 01:20 by tasuki

เหอะๆ ไม่มีไรมากฮับแค่อยากระบาย เผอิญว่าได้เห็นประกาศการมาของ วงดนตรีที่ชอบมากๆมาเยือนไทย วันที่ 20 เดือนนี้ นั่นก็คือ วง Super Junior นั่นอะละฮับ เลยเสียใจอย่างแรงที่ไม่ได้ไปเจอกับบรรดาเหล่าสมาชิกที่จะมา โดย เฉพาะ คุณชายซีวอน ที่ปลื้มสุดๆ กับ พี่ชินดง ฮือๆ เพราะตอนนี้ตัวข้าน้อยต้องมาเรียนต่ออยู่ที่ประเทศที่แสนจะไกลแสนไกลจากบ้านเกิดตัวเองเหลือเกิน ณ ประเทศอังกฤษ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 ปีเต็มๆ กว่าจะได้กลับบ้านเกิดอีกครั้ง งิงิ เศร้าใจจริงๆ ถึงจะเป็นชาว E.L.F. ได้ไม่นาน แต่ก็ชอบวง SJ มานานแล้ว แหะๆ แต่ประมาณว่า ไม่ค่อยรู้เรื่องเกี่ยวกับเรื่อง FanClub เท่าไหร่นักเลยเพิ่งจะเป็นสมาชิกได้ไม่นานนี้ ข้าน้อยรักสมาชิกทั้ง 13 คน แต่จะมีพิเศษอยู่ 3 คน คือ

คนแรก คุณชาย ซีวอน ซึ่งเหตุผลก็อาจจะเหมือนกับหลายๆคนนั่นก็คือ เขาคือชายในฝันของข้าน้อยเลยก็ว่าได้ (ไม่ได้เว่อร์นะฮับ เพราะไม่คิดว่าคนแบบนี้จะมีอยู่จริงอะ จริงๆนะ = =")

 

และยิ่งทวีความชอบเข้าไปอีกเมื่อได้รู้ว่า คุณชายนั้น ขับรถ ที่ข้าน้อยชอบมากๆแต่ไม่มีปัญญาขับ หรือ รถในฝันนั่นแหละ นั่นก็คือ Audi TT อ๊าก คุณชายจะ perfect ไปแล้ว

นี่แหละคันนี้เลย สีก็เป็นสีเดียวกับที่ข้าน้อยชอบอีก เหอๆ

ส่วนคนที่สองและสาม คือ พี่ชินดงกับพี่หมีคังอิน

 

 

 

ที่ชอบเป็นพิเศษก็เพราะข้าน้อยเป็นลูกคนเดียว แต่ความจริงอยากมีพี่ชายมากๆๆๆๆๆ และพี่ชายแบบที่ข้าน้อยอยากมีก็ตรงเป๊ะกับพี่ทั้งสองคนนี้มากๆ โดยเฉพาะพี่ชินดง และส่วนตัวพี่ชินดงคนนี้ถือว่าเป็น Idol ของข้าน้อยเลยก็ว่าได้ เพราะทำให้คำว่า ความสามารถที่แท้จริงนั้นไม่ได้ติดที่ที่รูปร่างลักษณะแต่อย่างใด เพราะในความรู้สึกของข้าน้อย พี่ชินดง ถือว่าเป็นคนที่มีความสามารถมากจริงๆ และข้าน้อยก็ชอบตรงที่พี่เขามีความสดใสร่าเริงอยู่ตลอดเวลานั่นเอง เหอๆ ถึงแม้พี่เขาจะโดนคนบางกลุ่มคอยเหน็บแนม พูดจาไม่ดีเกี่ยวกับตัวพี่เขา พี่เขาก็ยังยิ้มสู้ได้ ฉะนั้น ข้าน้อยขอเป็นกำลังใจให้พี่เสมอๆ ซึ่งนี่ก็คือสาเหตุที่ทำให้ข้าน้อยเสียใจมากยิ่งขึ้น เนื่องจาก ครั้งนี้ พี่ชินดงได้มาด้วย แถมยังมีโอกาสได้ให้ของกับพี่ๆเขาอีกด้วยจึง เซ็งเข้าไปอีก แต่ก็คงทำอะไรไม่ได้ เพราะเรื่องอนาคตของข้าน้อยเองก็เป็นเรื่องทีสำคัญไม่แพ้กัน แต่ข้าน้อยสัญญาว่า ถ้า Super Junior กลับมาที่ไทยอีก ข้าน้อยจะพยายามหาทางกลับมาบ้านเกิดของข้าน้อยแน่ๆ ฮือๆ แต่วันที่ 20 นี้ขอแค่ส่งกำลังใจให้เหล่า SJ ผ่านข้อความนี้ก็แล้วกัน SJ FIGHTING!!!!!! แหะๆ คงเขียนเป็นแค่นี้เพราะ ข้าน้อยไม่มีความรู้เรื่องภาษาเกาหลีเลยอะฮับ แหะๆ ^^"

ยังไงก็ฝากชาว E.L.F. ท่านอื่นๆทักทายเหล่า SJ ให้ด้วยนะฮับ แหะๆ ^^

ก็ไม่มีไรมากฮับ เพราะความจริงข้าน้อยก็ไม่ใช่แฟนคลับของวง Big Bang อะฮับ แต่ว่ารู้จัก น้องอดซองจากรายการ Family Outing แบ้วก็ว่าน้องคนนี้มันรั่วดี ฮาตลอด และเพิ่งมารู้ข่าวว่าน้องเค้าประสบอุบัติเหตุ เมื่อเร็วๆนี้ ก็เลยแค่อยากเป็นกำลังใจ และเขียน อวยพร ให้น้องที่มีความสามารถในหลายๆด้านคนนี้หายไวๆ น้าฮับ *-*

หายไวๆเน่อ น้องชาย

เย้ ในที่สุดป๋า Fed หรือ Roger Federer ก็ได้เป็นพ่อคนกะเค้าซะที เย้ๆๆ ยินดีด้วยนะค้าบ ป๋า

และป๋าก็ได้เป็นลูกสาวฝาแฝด น่ารักมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ XD ขอให้ลูกๆและคุณแม่ และ ป๋า แข็งแรงนะค้าบ

ส่วน US Open ข้าน้อยจะเป็นกำลังใจให้ป๋าน้า ป๋าสู้ๆๆๆๆ

รูปนี้คุณพ่อของป๋าเป็นคนถ่าย แหะๆ ที่มีรูปเพราะ บังเอยเป็นแฟนคลับป๋าใน Facebook อะคับ แหะๆ

น่ารักจริงๆเลยบ้านนี้ XD

Twilight :Midnight Sun Ch.1-4

posted on 02 Aug 2009 23:45 by tasuki  in Twilight

แหะๆ หลังจากหายไปนานเอามาแปะละคับ แหะๆๆ

 

 ชั่วโมงเดียว แค่ชั่วโมงเดียวเท่านั้น...ผมต้องไม่นึกถึงกลิ่นและรสชาตินั่น...สาวผู้เงียบเชียบปล่อยผมของเธอมากั้นระหว่างเราสองคน และเอนตัวของเธอไปข้างหน้า ผมไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของเธอ ในการพยายามที่จะอารมณ์ของเธอผ่านดวงตาคู่ใสคู่นั้น หรือนี่คือเหตุผลที่เธอปล่อยผมของเธอมากั้นระหว่างเรา? เพื่อซ่อนดวงตาคู่นั้นจากผม? เพราะความหวาดกลัว?เพราะความเขินอาย?หรือ เธอต้องการปิดบังความลับบางอย่างจากผม?

ความหงุดหงิดรำคาญใจก่อนหน้านี้ของผมได้ถูกความคิดที่เงียบสงัดของเธอสกัดกั้น...และความเกลียดชัง...ที่กำลังถาโถมเข้าครอบงำตัวผม...ผมเกลียดหญิงสาวที่แสนบอบบางอ่อนแอที่อยู่ข้างผม ความรู้สึกเกลียดชังเธอท่วมท้นจนเอ่อล้นออกมาจากตัวตนในอดีตที่ผมพยายามปิดกั้น ความรักที่ผมมีต่อครอบครัว ความฝันของผมที่จะเป็นสิ่งที่ประเสริฐกว่าสิ่งที่ผมเป็นอยู่ตอนนี้ เกลียดชังเธอ เกลียดที่เธอทำให้ผมรู้สึกแบบนี้...ซึ่งมันช่วยผมได้นิดหน่อย ความหงุดหงิดรำคาญใจก่อนหน้านี้อ่อนลง แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่ช่วยผมได้เล็กน้อยเช่นกัน...ผมพยายามดึงความรู้สึกต่างๆที่สามารถทำให้ผมหันความสนใจจากการวาดจินตนาการว่าเธอจะมีรสชาติเช่นไร...

เกลียดชัง และหงุดหงิด...ไร้ซึ่งความอดทน..ชั่วโมงจะไม่มีทางผ่านไปได้เลยหรือไร...และเมื่อชั่วโมงนี้จบลง...เธอก็คงก้าวออกไปจากห้องนี้ แล้วผมจะทำอะไร?

ผมอาจจะเอ่ยแนะนำตัวเอง...สวัสดีครับ ผมชื่อ เอ็ดเวิร์ด คัลเลน ขอให้ผมเดินไปส่งคุณที่วิชาต่อไปได้ไหมครับ?

เธอคงตอบตกลง เพราะนั่นเป็นสิ่งที่สมควรทำในการรักษามารยาท แม้เธอจะหวาดกลัวซึ่งผมคิดว่าเธอก็คงรู้สึกเช่นนั้นเป็นแน่ เธอก็คงรักษามารยาทและเดินไปพร้อมกับผม...ซึ่งมันคงเป็นเรื่องที่แสนจะง่ายดายที่จะนำเธอไปยังทิศทางที่ผิด กิ่งไม้ที่เยื้อยืดออกมาราวกับนิ้วมือที่บดบังอยู่ที่มุมของที่จอดรถยนต์ ผมอาจจะแสร้งบอกเธอว่าผมลืมหนังสือไว้ในรถของผม...

จะมีใครสังเกตุเห็นไหมว่าผมเป็นบุคคลสุดท้ายที่อยู่กับเธอ? ฝนกำลังตก...ซึ่งเป็นเรื่องที่แสนจะปรกติ...คนสองคนที่อยู่ภายใต้เสื้อกันฝนและเดินไปผิดทิศทางคงไม่ใช่สิ่งที่โดดเด่นถึงขั้นสามารถจับความสนใจจากผู้อื่นได้ หรือ ไม่มีทางที่ผมจะถูกจับได้...

เว้นเสียแต่วันนี้ไม่ใช่ผมเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่สนใจในตัวเธอ...ถึงแม้จะไม่มีใครถวิลหาเธอในแบบของผมก็ตาม...โดยเฉพาะ ไมค์ นิวตั้น ...ผมให้ความสนใจในตัวเธอในทุกการเคลื่อนไหวแม้แต่การลงน้ำหนักในการขยับเก้าอี้ของเธอในแต่ละครั้ง...เธออึดอัดกับการที่ต้องอยู่ใกล้ผมเหมือนกับคนอื่นๆ และเหมือนกับที่คาดไว้ก่อนที่กลิ่นของเธอจะทำลายความห่วงหาอาธร ไมค์ นิวตั้นต้องสังเกตุเห็นได้แน่ว่าเธอออกไปจากห้องเรียนนี้พร้อมกับผม...

ถ้าผมสามารถทนได้หนึ่งชั่วโมง ผมจะสามารถทนได้สองชั่วโมงหรือไม่?

ผมพยายามสะกดกลั้นความเจ็บปวดที่กำลังแผดเผาอยู่ภายใน...

เธอคงจะกลับไปยังบ้านที่ว่างเปล่าไร้ผู้คน สารวัตรสวอนน์นั้นทำงานเต็มเวลาและทั้งวัน ทั้งผมยังรู้จักบ้านของเขา เหมือนกับที่ผมรู้จักบ้านทุกหลังในเมืองเล็กๆแห่งนี้...บ้านของเขานั้นอยู่ติดกับป่าที่หนาทึบ และไร้ซึ่งเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ แม้เธอจะมีเวลาส่งเสียงกรีดร้อง ซึ่งเธอคงไม่...ก็ไม่มีวันที่ใครจะได้ยินเสียงของเธอ...

นั่นคงเป็นทางที่มีความรับผิดชอบที่ถูกต้องที่จะจัดการกับเรื่องนี้ ผมอยู่รอดมา เจ็ดทศวรรษโดยปราศจากเลือดของมุนษย์ ถ้าผมสามารถกลั้นลมหายใจได้...ผมก็สามารถทนได้ประมาณ สองชั่วโมง และเมื่อผมได้อยู่กับเธอตามลำพัง โอกาสที่คนอื่นจะถูกทำร้ายก็จะมลายหายไป และมันไม่มีเหตุผลอันได้ที่จะรีบร้อนสัมผัสกับประสบการณ์แบบนี้ เจ้าสัตว์ร้านในหัวของผมเห็นพ้อง...

มันเป็นความคิดที่สมเหตุสมผลที่สุดที่จะช่วยชีวิตทั้ง สิบเก้าชีวิตที่อยู่ในห้องนี้ด้วยความมุมานะและอดทน นั่นคงทำให้ความเป็นสัตว์ร้ายในตัวผมลดลงถ้าผมจะลงมือปลิดชีวิตของหญิงสาวบริสุทธิ์คนนี้

แม้ผมจะชิงชังเธอ แต่นั่นคือความชิงชังที่ไร้ซึ่งเหตุผลและไร้ซึ่งความยุติธรรม ผมตระหนักได้ว่าความจริงแล้วนั้นสิ่งที่ผมชิงชังนั่นก็คือ ตัวของผมเอง...และผมจะทวีความชิงชังในตัวเองและเธอมากขึ้น ยามที่เธอสิ้นลมหายใจ...

ผมผ่านพ้นชั่วโมงนี้ไปได้ด้วยวิธีการนี้...วาดจินตนาการว่าทางไหนจะเป็นทางที่ดีที่สุดในการปลิดชีวิตของเธอ แต่ก็พยายามหลีกเลี่ยง การกระทำ ที่ดูสมจริง ซึ่งมันอาจจะมากเกินไปสำหรับผมที่จะทานทน ผมอาจพ่ายแพ้ต่อการต่อสู้ครั้งนี้ได้และจบลงด้วยการเข่นฆ่าทุกชีวิตที่ผมเห็น...ดังนั้นผมจึงคิดวางแผนการและยุทธวิธีและไม่คิดอะไรนอกเหนือไปจากนั้น และนั่นเป็นสิ่งที่ทำให้ผมผ่านพ้นชั่วโมงนี้ไป...

อีกครั้ง...เธอแอบจ้องมองผมผ่านกำแพงผมหนาของเธอ ผมรู้สึกและสัมผัสได้ถึงความชิงชังที่ไร้ซึ่งเหตุผลที่กำลังพุ่งพล่านออกมาจากตัวของผมเมื่อผมได้สบสายตากับเธอ และได้เห็นเงาสะท้อนที่มาจากสายตาที่หวาดหวั่นของเธอ เลือดของเธอกลับมาแต่งแต้มที่แก้มของเธออีกครั้งก่อนที่เธอจะหลบใบหน้าของเธอเข้าไปยังเรือนผมของเธอ...นั่นเกือบทำให้ผมเผลอตัวไปอีกครั้ง...

แต่แล้วเสียงกระดิ่งก็ดังขึ้น...ถูกช่วยชีวิตไว้ด้วยเสียงกระดิ่ง...ช่างน่าขัน...เราทั้งสองต่างรอดปลอดภัย...เธอหลุดพ้นจากความตาย และผมหลุดพ้นจากการกลายเป็นปิศาจที่อยู่ในฝันร้ายที่ผมนั้นหวาดกลัวและนึกรังเกียจได้ในช่วงสั้นๆ

ผมไม่สามารถเยื่อย่างเท้าด้วยความเชื่องช้า ผมกลับพุ่งออกจากห้องไปย่างรวดเร็ว และถ้าใครสังเกตุเห็นก็คงนึกสงสัยกับท่าทางการเคลื่อนไหวที่แปลกประหลาดและผิดแผกของผมเป็นแน่ แต่ไม่มีใครให้ความสนใจกับเรื่องของผมนัก เพราะทุกความคิดยังคงวนเวียนอยู่กับ เด็กสาวที่ถูกตัดสินให้พบโทษกับความตายเมื่อไม่นานนี้...

ผมซ่อนตัวอยู่ในรถ...

ผมไม่พึงชอบนักกับความคิดที่ต้องมาหลบซ่อนตัวอยู่แบบนี้ ช่างดูขี้ขลาดตาขาวสิ้นดี...แต่ในกรณีนี้มันเป็นสิ่งที่จำเป็นโดยไม่ต้องสงสัย...

พฤติกรรมที่จะทำให้ผมอยู่ใกล้ชิดกับมนุษย์ได้นั้นไม่หลงเหลืออยู่อีกแล้วในขณะนี้...การใช้กำลังล้นเหลือเพื่อเพ่งสมาธิและตั้งสติกับการมุมานะให้ให้คร่า หนึ่ง ชีวิตทำให้ผมไม่เหลือเหตุผลอันใดที่จะต่อต้านพวกที่เหลือ...ถ้าผมยอมพ่ายแพ้ให้แก่ปิศาจร้าย ผมอาจจะทำให้มันคุ้มค่ากับความพ่ายแพ้นั่นก็เป็นได้...

ผมเล่นเครื่องซีดีที่มีเพลงที่ปรกติแล้วคอยขับกล่อมผมให้รู้สึกผ่อนคลาย แต่มันช่วยได้เพียงเล็กน้อนในชั่วขณะนี้...ไม่สิ..สิ่งที่ช่วยผมมากที่สุดก็คือ อากาศเย็น, เปียกชื้น ของอากาศที่สะอากบิรสุทธิ์ที่มาพร้อมกับฝนที่เล็ดลอดผ่านเข้ามาจากทางหน้าจ่างรถที่ผมเปิดไว้...แม้ผมจะจดจำกลิ่นเลือดที่หอมหวลของเบลล่า สวอนน์ได้อย่างขึ้นใจ การสูดอากาศที่สะอาดบริสุทธิ์ก็เหมือนกับการชำระล้างร่างกายของผมจะอาการติดเชื้อ...

ผมกลับมามีสติอีกครั้ง สามารถใช้ความคิดได้อีกครั้ง และสามารถต่อสู้ได้อีกครั้ง ผมสามารถต่อสู้กับสิ่งที่ผมไม่พรึงปรารถนาที่จะเป็น...

ผมไม่จำเป็นต้องไปที่บ้านของเธอ ไม่จำเป็นต้องปลิดชีพเธอ เห็นได้ชัดว่าผมยังคงเป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถคิดอย่างมีเหตุผลได้ ผมมีทางเลือก...มันมีทางเลือกเสมอ...

ความรู้สึกนี้ไม่ได้เกิดขึ้นขณะที่ผมอยู่ในห้องเรียน แต่ขณะนี้ผมนั้นอยู่ห่างจากเธอ บางทีถ้าผมค่อยหลีกเลี่ยงเธอด้วยความระมัดระวัง วิถีชีวิตของผมก้ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง ซึ่งผมมีความสุขกับการใช้ชีวิตในตอนนี้ ไยผมต้องยอมให้ใครบางคนที่แสนเย้ายวนชวนลิ้มรสมาทำลายมันลงด้วย

ผมไม่จำเป็นต้องทำให้พ่อของผมผิดหวัง ไม่จำเป็นต้องทำให้แม่ของผมต้องเป็นห่วง กังวล...และเจ็บปวด ใช่แล้วนั่นคงเป็นสิ่งที่รุมทำร้ายแม่อุปถัมป์ของผมเช่นกัน และเอสเม่นั้นช่างอ่อนโยน อ่อนหวานและหวั่นไหว การที่ทำให้เอสเม่ต้องเจ็บปวดเป็นสิ่งที่ไม่น่าให้อภัยยิ่ง...

ช่างเป็นเรื่องน่าขันและงี่เง่าสิ้นดี ที่ผมปรารถนาจะปกป้องมนุษย์หญิงสาวคนนี้ จากความคิดที่ไร้สาระ และไร้พิษภัยของ เจสสิก้า สแตนลี่ย์ ผมคงเป็นคนสุดท้ายที่จะเป็นผู้ปกป้องคุ้มครอง อิซซาเบลล่า สวอนน์ เป็นแน่แท้ และเธอคงไม่ต้องการการปกป้องคุ้มครองจากผม...

อลิซอยู่ที่ไหนกัน? ผมนึกสงสัย เธอไม่เห็นภาพของผมที่กำลังเข่นฆ่าแม่สาวสวอนน์ในหลายๆทางหรือไร? ทำไมเธอจึงไม่มาช่วย...หยุดผมหรือช่วยผมเก็บกวาดหลักฐาน อย่างไหนกันแน่? หรือว่าเธอยังคงหมกมุ่นอยู่กับการเฝ้ามองปัญหาที่จะเกิดขึ้นของแจสเปอร์ และพลาดพลั้งกับเหตุการณ์ที่แสนจะน่าหวาดกลัวและมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น? หรือผมแข็งแกร่งกว่าที่ผมคิด? ผมจะไม่มีทางทำอะไรเธอคนนั้น?

ไม่...ผมรู้ดีว่านั่นไม่มีทางเป็นจริง อลิซคงพยายามเพ่งสมาธิไปยังแจสเปอร์อย่างหนัก...

ผมค้นหาเธอในทิศทางที่ผมรู้ดีว่าเธอจะอยู่ที่ไหน...ในตึกหลังเล็กๆที่ใช้เป็นที่สอนสำหรับวิชาภาษาอังกฤษ มันใช้เวลาไม่นานนักที่จะหาตำแน่งของ เสียง ที่แสนจะคุ้นเคยของเธอ และผมก็คิดถูก ทุกความคิดของเธอต่างมุ่งตรงไปยังแจสเปอร์ เฝ้าดูทางเลือกที่แสนจะน้อยนิดของเขาด้วยความละเอียดรอบคอบ

ผมหวังว่าผมจะสามารถถามหาคำปรึกษาจากเธอได้ แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็รู้สึกดีใจที่เธอไม่ได้หยั่งรู้ถึงสิ่งที่ผมสามารถทำได้...เธอไม่ได้หยั่งรู้ถึงการฆาตรกรรมหมู่ที่แสนโหดเหี้ยมที่ผมตรึกตรองเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมา

ผมรู้สึกการแผดเผาครั้งใหม่ที่แผดเผาร่างกายของผม...แผดเผาไปด้วยความอับอาย...ผมไม่ปรารถนาที่จะให้พวกเขาได้รับรู้...

ถ้าผมสามารถหลีกเลี่ยง เบลล่า สวอนน์ได้ ถ้าผมสามารถยับยั้งตัวเองไม่ให้ปลิดชีวิตของเธอ เพียงแค่ผมคิด ปิศาจร้ายก็บิดตัวงองุ้มพร้อมกับขบฟันด้วยความไม่พอใจ ไม่มีใครต้องรู้ถึงเรื่องนี้ ถ้าผมสามารถอยู่ห่างจากเธอและกลิ่นของเธอ...

มันไม่มีเหตุผลอันใดที่ผมจะไม่พยายามลองดู อย่างน้อย...สร้างทางเลือกที่ดี พยายามเป็นอย่างที่คาไลล์คาดหวังว่าผมเป็น

ชั่วโมงสุดท้ายใกล้จะจบลง ผมตัดสินใจลงมือกับแผนใหม่ที่ผมวางไว้ทันที ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีกว่าการนั่งอยู่ที่นี่ ที่ที่เธออาจเดินผ่านผมไปและทำลายทุกสิ่งที่ผมพยายามมา อีกครั้ง...ผมรู้สึกได้ถึงความชิชังที่ไร้ซึ่งเหตุผลต่อเธอคนนั้น ผมเกลียดชังเธอที่เธอมีพลังบางอย่างที่เธอเองอาจจะไม่รู้ตัว ซึ่งมันมีอำนาจเหนือผม...ซึ่งเธออาจทำให้ผมเป็นสิ่งที่ผมรังเกียจ...

 

edit @ 2 Aug 2009 23:47:07 by Tasuki

Favourites